(+66) 02 077 5348

Call to rent a car

เปิดขั้นตอนการทำใบขับขี่อย่างถูกต้อง

การขับรถเที่ยวในกรุงเทพ และลัดเลาะไปตามเส้นทางที่สวยงามของเมืองไทย มอบอิสระในการเดินทางที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้ ไม่ว่าคุณจะกำลังขับ Audi TT คู่ใจผ่านวิวตึกระฟ้าอันมีชีวิตชีวาของเมืองหลวง หรือกำลังขับรถรับลมขึ้นเขาตามเส้นทางโค้งคดเคี้ยวไปยังเขาใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณวางแผนจะพักอาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 90 วัน การทำใบขับขี่ไทยถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมายที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วประเทศแล้ว ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยการันตีว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งของคุณจะคุ้มครองได้อย่างเต็มที่ และไม่มีปัญหาข้อพิพาทใดๆ ในทุกเส้นทางทั่วไทย

how to get a thai driving license

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการสมัครใบขับขี่ไทย

กรมการขนส่งทางบกของไทยค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเอกสาร ผู้สมัครจำเป็นต้องเตรียมเอกสารตัวจริงพร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองทุกหน้าให้ครบถ้วน เอกสารหลักอย่างแรกคือหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีวีซ่า Non-Immigrant ที่ยังไม่หมดอายุ เช่น วีซ่าธุรกิจ วีซ่าสมรส วีซ่าเกษียณ LTR หรือ Elite Visa โดยทั่วไปวีซ่าท่องเที่ยวมักไม่สามารถใช้ยื่นได้ในหลายสำนักงานขนส่ง

เอกสารต่อมาคือใบรับรองแพทย์ ซึ่งเป็นเอกสารรับรองสุขภาพเบื้องต้นว่าสามารถขับรถได้ตามปกติ สามารถทำได้ง่ายตามคลินิกทั่วไปในไทย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าใช้จ่ายราว 100–200 บาท และต้องออกเอกสารไม่เกิน 30 วันก่อนวันนัดหมาย

นอกจากนี้ยังต้องมีเอกสารยืนยันที่อยู่ในประเทศไทย โดยสามารถใช้หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Residence Certificate) จากสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยได้ หรือหากมีใบอนุญาตทำงานไทย (Work Permit) ทั้งแบบดิจิทัลหรือแบบเล่ม ที่ระบุที่อยู่ปัจจุบันไว้อย่างชัดเจน ก็สามารถใช้แทนเอกสาร รับรองถิ่นที่อยู่ได้เช่นกัน

ข้อได้เปรียบของผู้ที่มีใบขับขี่สากล

หากคุณมีใบขับขี่จากประเทศต้นทางที่ยังใช้งานได้ และมีใบขับขี่สากล (International Driving Permit หรือ IDP) ที่ยังไม่หมดอายุ จะถือว่าได้เปรียบอย่างมาก เพราะตามกฎของกรมการขนส่งทางบก ผู้ที่นำใบขับขี่ต่างประเทศมาเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ไทย จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบขับภาคปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีใบขับขี่สากล ผู้สมัครทุกคนยังคงต้องสอบข้อเขียนภาคทฤษฎีผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมการขนส่งทางบกเหมือนเดิม

ขั้นตอนการดำเนินการกับกรมการขนส่งทางบก (DLT)

เริ่มต้น คุณควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue อย่างเป็นทางการเพื่อจองคิวล่วงหน้า เนื่องจากการเดินเข้าไปติดต่อโดยไม่มีนัดหมายอาจต้องรอคิวนานและไม่แน่นอน เมื่อไปถึงสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่นัด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารของคุณอย่างละเอียด หากคุณสมัครทั้งใบขับขี่รถยนต์และใบขับขี่รถจักรยานยนต์พร้อมกัน อย่าลืมว่าคุณต้องเตรียมชุดเอกสารแยกกันอย่างสมบูรณ์สำหรับแต่ละประเภทใบอนุญาต

หลังจากเอกสารผ่านการตรวจสอบแล้ว คุณจะเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบอย่างรวดเร็ว 4 รายการ เพื่อประเมินความพร้อมและความปลอดภัยในการขับขี่ ได้แก่ การทดสอบตาบอดสีโดยใช้จุดสี การทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองผ่านแป้นเบรกจำลอง การทดสอบการมองระยะลึกโดยให้ปรับหมุดในกล่องมองภาพให้ตรงกัน และการทดสอบสายตาด้านข้างเพื่อระบุสีที่แสดงบริเวณขอบเขตการมองเห็น

เมื่อผ่านการทดสอบร่างกายแล้ว คุณจะต้องรับชมวิดีโออบรมความปลอดภัยทางถนนภาคบังคับเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งมีการบรรยายภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน จากนั้นจะเข้าสู่การสอบข้อเขียนภาคทฤษฎีบนคอมพิวเตอร์ จำนวน 50 ข้อ แบบปรนัย โดยเกณฑ์ผ่านค่อนข้างเข้มงวด คุณต้องทำคะแนนให้ได้อย่างน้อย 45 ข้อจาก 50 ข้อ หากคุณไม่มีใบขับขี่ต่างประเทศหรือใบอนุญาตขับขี่สากล คุณจะต้องเข้าสอบขับรถภาคปฏิบัติในสนามสอบกลางแจ้ง เพื่อแสดงทักษะพื้นฐาน เช่น การควบคุมรถ การถอยหลัง และการจอดรถแบบขนาน

ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และการต่ออายุใบขับขี่

โดยปกติขั้นตอนทั้งหมดที่กรมการขนส่งทางบกจะใช้เวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง และสามารถรับบัตรใบขับขี่จริงได้ภายในวันเดียวกัน ใบขับขี่ครั้งแรกจะเป็นใบขับขี่ชั่วคราว มีอายุ 2 ปี โดยค่าธรรมเนียมสำหรับใบขับขี่รถยนต์อยู่ที่ประมาณ 205 บาท

ภายใน 60 วันก่อนใบขับขี่ชั่วคราวหมดอายุ ผู้ถือใบขับขี่สามารถกลับไปต่อเป็นใบขับขี่แบบ 5 ปีได้ โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ 505 บาท ในขั้นตอนนี้จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์และเอกสารยืนยันที่อยู่ฉบับใหม่ พร้อมทดสอบสมรรถภาพร่างกายอีกครั้ง หากดำเนินการต่ออายุก่อนวันหมดอายุของใบขับขี่ จะได้รับการยกเว้นทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบขับภาคปฏิบัติ ทำให้ขั้นตอนสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำนักงานขนส่งหลักในกรุงเทพ และพัทยา

กรุงเทพ (สาขาหลัก): สำนักงานขนส่งพื้นที่ 5 จตุจักร (ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร)
เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด และมีความคุ้นเคยกับผู้สมัครชาวต่างชาติเป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการทำใบขับขี่ไทยอย่างสะดวกและรวดเร็ว

กรุงเทพ (ย่านใจกลางเมือง): สำนักงานขนส่งพื้นที่ 3 สุขุมวิท (ตรงข้ามสุขุมวิท ซอย 62/1)
ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับชาวต่างชาติหรือชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในย่านสุขุมวิทและใจกลางกรุงเทพฯ

กรุงเทพ (โซนชานเมือง): สำนักงานขนส่งพื้นที่ 1 บางขุนเทียน, พื้นที่ 2 ตลิ่งชัน และพื้นที่ 4 มีนบุรี
เหมาะสำหรับผู้ที่พักอาศัยในเขตชานเมืองรอบนอก ช่วยลดเวลาเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง

ชลบุรี (พัทยา): สำนักงานขนส่งบางละมุง
รองรับผู้ใช้งานในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกทั้งหมด รวมถึงพัทยาและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน จึงแนะนำให้จองคิวผ่านแอปพลิเคชันล่วงหน้าเพื่อความสะดวก

สามารถใช้ใบขับขี่ไทยได้ที่ไหนบ้าง

ใบขับขี่ไทยไม่ได้เป็นเพียงเอกสารสำหรับการขับรถในกรุงเทพ หรือภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหลายประเทศทั่วโลกสะดวกมากยิ่งขึ้น

การพกพาหนังสือเดินทางติดตัวตลอดเวลาในประเทศไทยอาจมีความเสี่ยง ใบขับขี่ไทยจึงกลายเป็นเอกสารยืนยันตัวตนที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ คุณสามารถเก็บพาสปอร์ตไว้ในโรงแรมหรือวิลล่าอย่างปลอดภัย และใช้ใบขับขี่ไทยแทนในการเช็กอินเที่ยวบินภายในประเทศ เข้าอุทยานแห่งชาติในอัตราคนไทย รวมถึงใช้ยืนยันตัวตนเมื่อเข้าพักในโรงแรมระดับลักชัวรีได้อย่างสะดวก

ขับรถได้อย่างอิสระใน 9 ประเทศอาเซียน

Singapore

ด้วยข้อตกลงการยอมรับร่วมกันอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ใบขับขี่ไทยแบบ “สมาร์ตการ์ด” รุ่นใหม่ ซึ่งมีข้อมูลภาษาอังกฤษระบุไว้อย่างชัดเจน สามารถใช้ขับรถได้อย่างถูกกฎหมายในอีก 9 ประเทศอาเซียน โดยไม่จำเป็นต้องทำใบขับขี่สากล (International Driving Permit หรือ IDP) คุณสามารถบินไปเที่ยว เช่ารถ และขับเดินทางได้อย่างสะดวกในประเทศต่อไปนี้

  • มาเลเซีย
  • สิงคโปร์
  • เวียดนาม
  • อินโดนีเซีย
  • กัมพูชา
  • ลาว
  • เมียนมา
  • ฟิลิปปินส์
  • บรูไน

 

หมายเหตุ: สิทธิ์การใช้งานข้ามประเทศนี้จะสมบูรณ์เมื่อคุณอัปเกรดเป็นใบขับขี่ไทยแบบ 5 ปีแล้ว เนื่องจากใบขับขี่ชั่วคราวแบบ 2 ปี อาจถูกจำกัดการใช้งานโดยเจ้าหน้าที่ชายแดนในบางประเทศ

กุญแจสู่การทำใบขับขี่สากล (IDP)

เมื่อคุณมีใบขับขี่ไทยแล้ว คุณจะสามารถยื่นขอใบขับขี่สากล ( IDP) ได้โดยตรงกับกรมการขนส่งทางบกของไทย ด้วยค่าธรรมเนียมประมาณ 505 บาท เอกสารนี้ได้รับการยอมรับในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้คุณสามารถเช่ารถและขับรถได้อย่างถูกกฎหมายในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรถทั่วไปหรือรถระดับพรีเมียม จึงถือเป็นเอกสารสำคัญสำหรับนักเดินทางต่างประเทศบ่อยครั้ง รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีขอใบขับขี่สากล

1. สามารถขอใบขับขี่ไทยได้หรือไม่ หากถือวีซ่าท่องเที่ยวแบบปกติ

ตามข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ กรมการขนส่งทางบก (DLT) กำหนดให้ผู้ยื่นขอใบขับขี่ต้องถือวีซ่าระยะยาวประเภท Non-Immigrant เช่น Non-B, Non-O, Retirement Visa, LTR หรือ Elite Visa จึงจะสามารถออกใบขับขี่ได้ โดยสำนักงานขนส่งส่วนใหญ่จะไม่รับผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปหรือผู้ที่เข้าประเทศแบบยกเว้นวีซ่า เนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักไม่ออกเอกสารรับรองถิ่นที่อยู่ (Residence Certificate) ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วไป

คุณสามารถขับรถในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายโดยใช้ใบอนุญาตขับขี่สากล (International Driving Permit: IDP) ที่ยังไม่หมดอายุ ควบคู่กับใบขับขี่จากประเทศของคุณ เป็นระยะเวลาสูงสุด 90 วัน นับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศไทย หลังจากพำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 3 เดือน กฎหมายท้องถิ่นกำหนดให้ต้องเปลี่ยนมาใช้ใบขับขี่ไทยแทน.

ได้ ปัจจุบันแม้ว่าคุณจะมีใบขับขี่ต่างประเทศที่ยังไม่หมดอายุ หรือมีใบอนุญาตขับขี่สากล (IDP) ซึ่งช่วยให้ได้รับการยกเว้นการสอบขับรถภาคปฏิบัติในสนาม แต่กรมการขนส่งทางบก (DLT) ได้ปรับกฎใหม่ให้ผู้สมัครชาวต่างชาติทุกคนต้องสอบข้อเขียนภาคทฤษฎีบนคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ยังต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายพื้นฐานทั้ง 4 รายการ ได้แก่ การทดสอบตาบอดสี การตอบสนองของร่างกาย สายตาด้านข้าง และการมองระยะลึกด้วย

การสอบข้อเขียนมีเกณฑ์ผ่านค่อนข้างสูง โดยต้องทำคะแนนให้ได้อย่างน้อย 45 จาก 50 ข้อ หรือคิดเป็น 90% หากสอบไม่ผ่านในการสอบครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวล เพราะไม่จำเป็นต้องเริ่มขั้นตอนสมัครใหม่ทั้งหมด กรมการขนส่งทางบกจะอนุญาตให้คุณกลับมาสอบใหม่ได้ในวันถัดไป หรือทำการนัดสอบซ้ำอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเข้าสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการสอบซ้ำครั้งนั้น

ใบขับขี่ไทยใบแรกที่คุณได้รับจะเป็น “ใบขับขี่ชั่วคราว” ซึ่งมีอายุใช้งาน 2 ปีเต็ม โดยขั้นตอนดำเนินการทั้งหมดที่สำนักงานขนส่งทางบกจะใช้เวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละวัน และหลังจากดำเนินการเสร็จ คุณจะได้รับบัตรใบขับขี่พลาสติกแบบสมาร์ตการ์ดคุณภาพสูงทันทีภายในวันเดียว ไม่ต้องรอจัดส่งภายหลัง

คุณสามารถยื่นขอเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ถาวรแบบ 5 ปี ได้ล่วงหน้าก่อนที่ใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปีจะหมดอายุไม่เกิน 60 วัน โดยในการต่ออายุ คุณต้องเตรียมใบรับรองแพทย์ฉบับใหม่ เอกสารยืนยันที่อยู่ฉบับใหม่ และหนังสือเดินทาง จากนั้นจะต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเบื้องต้นอีกครั้ง แต่หากมาต่ออายุตรงเวลา คุณจะได้รับการยกเว้นทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบขับรถภาคปฏิบัติทั้งหมด

ได้ คุณสามารถยื่นขอใบขับขี่ทั้งสองประเภทพร้อมกันได้ แต่ประเทศไทยถือว่าใบขับขี่รถยนต์และใบขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นใบอนุญาตคนละประเภทตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่าคุณต้องเตรียมเอกสารแยกกันสองชุดที่เหมือนกันทั้งหมด เช่น ใบรับรองแพทย์ 2 ฉบับ เอกสารยืนยันที่อยู่ 2 ชุด และสำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด เนื่องจากเอกสารแต่ละประเภทจะถูกส่งไปยังคนละแผนกในการดำเนินการ 

แม้ว่าประเทศไทยกำลังเริ่มใช้ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกรมการขนส่งทางบก (DLT) โดยตรง แต่สำนักงานขนส่งส่วนใหญ่ยังคงกำหนดให้ผู้สมัครต้องนำใบรับรองแพทย์ฉบับกระดาษที่ออกโดยคลินิกมาแสดงด้วย ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารจากคลินิกมีตราประทับ ลายเซ็นครบถ้วน และออกเอกสารภายใน 30 วันก่อนวันนัดหมายของคุณ

มาร่วมเดินทางไปกับ Elite Auto Rent

การมีใบอนุญาตขับขี่ท้องถิ่นจะช่วยเปิดโลกแห่งความสุขในการขับขี่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อเอกสารของคุณพร้อมเรียบร้อยแล้ว คุณก็พร้อมอย่างเต็มที่ไปกับการเดินทางด้วยรถระดับพรีเมียมของเรา มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดประทับใจ และเช่ารถสปอร์ตเปิดประทุน หรือเลือกจองรถหรูระดับผู้บริหารสุดหรูอย่าง G-Wagon กับเราได้เลยตอนนี้!   

Luxury Drives & Exclusive Insights

Welcome to our hub of luxury car rentals in Bangkok, where opulence meets exploration